ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 19 มีนาคม 2560 / 11:03:07  
รายการผู้ว่าฯจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชน Fm.93.25 MHz
รายการผู้ว่าฯจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชน Fm.93.25 MHz
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ร่วมออกอากาศรายการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชน ทาง สวท.เชียงใหม่

วันที่ 19 มีนาคม 2560 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสาวหนึ่งหทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ และนายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ ร่วมออกอากาศรายการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ ความถี่ ระบบ Fm.93.25 MHz
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นับตั้งแต่ประกาศช่วง 60 วันห้ามเผา เราทำได้ เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน พบว่า ยังมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 เกินมาตรฐาน (120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่วางใจไม่ได้ เพราะในปีนี้ ถ้าเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกัน จังหวัดเชียงใหม่พบ จุดความร้อน(Hotspot) มากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่า ซึ่งถือยังไม่ประสบความสำเร็จ ในการควบคุมจุดความร้อน หรือ จุดเผาไหม้ ประกอบกับจังหวัดเชียงใหม่มีการประชุมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ทุกวันจันทร์ และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงการเกิดไฟล่วงหน้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดในอำเภอที่อยู่ทางโซนใต้ ได้แก่ อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า อำเภอจอมทอง พบจุด Hotspot เกิดขึ้นบ่อย รวมถึงในพื้นที่อำเภอแม่ออน สันกำแพง มักจะเกิดไฟไหม้ในพื้นที่เดิมๆ หรือใกล้เคียง เกิดขึ้นแบบซ้ำซากเนื่องจากลักษณะภูมิประเทศล้อมรอบด้วย ป่าไม้ ภูเขา คิดเป็นร้อยละ 82.94 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ได้แก่ อำเภอเวียงแหง อำเภอแม่วาง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า ทางจังหวัดจึงมีการปรับแผนการดำเนินงานไปตามสถานการณ์ตลอดเวลา โดยให้หน่วยลาดตระเวนเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น และการซุ่มจับกุมผู้กระทำผิด โดยเน้นการป้องกันและสร้างความเข้าใจแก่คนในพื้นที่เป็นหลักในช่วง 60 วันห้ามเผาอีกด้วย
ด้านนายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ คาดหมายลักษณะอากาศ ช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ในปีนี้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนพฤษภาคม คาดว่า อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยโดยรวมจะสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย เฉลี่ยประมาณ 35 - 37 องศาเซลเซียส โดยเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนที่สุด และอุณหภูมิสูงที่สุดจะสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียสในบางวัน สำหรับปริมาณฝนโดยรวมส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติ ฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม นอกจากนี้ในช่วงฤดูร้อน อาจเกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ซึ่งสภาวะดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้ อย่างไรก็ตามปริมาณฝนที่ตกช่วงฤดูร้อนนี้ จะไม่เพียงพอกับความต้องการในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยแล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ดังนั้น ประชาชนจึงควรใช้น้ำให้ได้ประโยชน์สูงสุดและเตรียมการป้องกันพายุฤดูร้อนดังกล่าวด้วย ตลอดจนระมัดระวัง พายุฤดูร้อน พายุไซโคลน และระวังการเกิดอัคคีภัยและไฟป่า เนื่องจากในช่วงฤดูร้อนลักษณะอากาศจะเอื้ออำนวยต่อการเกิดอัคคีภัยและไฟป่าได้ง่าย ประชาชนจึงควรระมัดระวังการใช้เชื้อเพลิงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ด้วย
นอกจากนี้ นางสาวหนึ่งหทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแปรปรวน ส่งผลให้ความชื้นในอากาศมีไม่พอที่จะขึ้นทำฝนหลวงได้ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงคิดค้นศึกษาวิจัยเทคนิคและรูปแบบการบินเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันขึ้น ภายใต้โครงการศึกษาการปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ โดยใช้แนวคิดจากการใช้สารฝนหลวงตามตำราฝนหลวงพระราชทานในขั้นตอนที่ 4 ซึ่งใช้สารฝนหลวงสูตรเย็นจัดหรือน้ำแข็งแห้ง โปรยในบริเวณเหนือชั้นบรรยากาศอุณหภูมิผกผัน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดต่ำลง และส่งผลให้ฝุ่นละอองสามารถลอยขึ้นบรรยากาศระดับบนลดปัญหามลพิษหมอกควันอีกด้วย

ข่าวโดย : อภิชาติ เฮงพลอย/พิมพ์ศิริ จินาจันทร์
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 103

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738