ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 20 มีนาคม 2560 / 16:47:43  
เชียงใหม่ติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในทุกอำเภออย่างใกล้ชิด
เชียงใหม่ติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในทุกอำเภออย่างใกล้ชิด
เชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในทุกอำเภอ โดยให้นายอำเภอกำหนดพร้อมแบ่งชุดลาดตระเวนให้ชัดเจน และต้องมีการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อเกิดหลังเกิดเหตุไฟป่า ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชื้อเพลิงจนกระทั่งดับสนิท ถึงจะเสร็จสิ้นภารกิจ

วันนี้ 20 มีนาคม 2560 ณ ห้องศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุม คณะทำงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ครั้งที่ 13/2560 โดยมีการประชุมผ่าน Video Conference กับนายอำเภอทุกอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเข้าประชุม
สำหรับช่วง 60 วันห้ามเผา เราทำได้ ถือได้ว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากในปีที่ผ่านมาของช่วงนี้ สามารถควบคุมได้ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว มีจุด Hotspot เกิดขึ้น 75 จุด ขณะที่ปีนี้เกิดขึ้นทั้งหมด 186 จุด ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วถ้าเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนพื้นที่ที่เกิดจุด Hotspot มากที่สุด คือ พื้นที่ที่อยู่ในโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า อำเภอจอมทอง ซึ่งอำเภอจอมทอง และอำเภอดอยเต่าในปีนี้มีจุด Hotspot เกิดขึ้นมากกว่าปี พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นปี พ.ศ. ที่มีจุด Hotspot เกิดขึ้นมากที่สุด ปัจจุบันพื้นที่ที่เกิดจุด Hotspot ขยายเข้ามายังพื้นที่ส่วนกลางของจังหวัดเชียงใหม่ เช่น อำเภอแม่ออน อำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง และบางส่วนของโซนเหนือ เช่น อำเภอพร้าว และอำเภอเชียงดาว โดยคุณภาพอากาศ มีค่า pm 10 ที่สูงสุดของปีนี้ในช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ 107 ที่สถานีวัดคุณภาพอากาศช้างเผือก เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาและจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 ได้มีการเคลื่อนตัวของลมค่อนข้างแรงทำให้ค่า pm 10 อยู่ในระดับที่ดีขึ้น ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่พยายามแก้ไขร่วมกัน คือ การเน้นการลาดตระเวน โดยพยายามเพิ่มการลาดตระเวน แต่บางอำเภอยังไม่เป็นทีมบูรณาการ เนื่องจากบางครั้งไฟอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ของอีกอำเภอหนึ่ง ซึ่งอำเภอนั้นอาจจะเข้าถึงพื้นที่ได้ยาก แต่อีกอำเภอหนึ่งสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้สะดวกกว่า จึงอยากให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันช่วยกันอย่างเต็มที่
ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของสถานการณ์จุดความร้อนในช่วงที่ผ่านมาถ้าเปรียบเทียบในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 12 มีนาคม 2559 เกิดจุดความร้อน 387 จุด ส่วนปี 2560 เกิดจุดความร้อน 307 จุด ส่วนมากเกิดในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ในส่วนของจุด Hotspot ของแต่ละอำเภอ โดยสถานการณ์ต้นสัปดาห์จะเกิดมากในอำเภอฮอดและอำเภอดอยเต่า ซึ่งเป็นพื้นที่เพ่งเล็งของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการลาดตระเวนและมีการสั่งการอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่เข้มข้นพอในพื้นที่ของอำเภอฮอดและอำเภอดอยเต่า ประกอบกับพื้นที่อำเภออมก๋อยในปีนี้เกิดขึ้น 21 จุด ซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมาอยู่มาก ส่วนอำเภอแม่แจ่มถ้าเทียบกับปีที่แล้วถือว่าเยอะพอสมควร แต่สามารถควบคุมได้อยู่ในอำเภอโซนใต้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ คือจะทำให้เกิดกลุ่มควันและสามารถพัฒนาเข้ามาในเขตเมืองได้ จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเฝ้าระวังในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภออมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า ซึ่งอำเภอฮอดและอำเภอดอยเต่า หากอยู่ในพื้นที่เชิงรุกแล้ว ไหม้ไปเกือบทั้งหมด และพื้นที่ที่ยังไม่เกิดคือพื้นที่ของอำเภอสะเมิง และอำเภอกัลยาณิวัฒนา นับตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ - 12 มีนาคม 2560 เกิดจุด Hotspot จำนวน 186 จุด ซึ่งเกณฑ์ที่ไม่เกิน คือ 797 จุด และในส่วนของการเฝ้าระวัง ในพื้นที่เสี่ยง คือ อำเภอเวียงแหง ตำบลแสนไห อำเภอแม่วาง ตำบลทุ่งปี๊ อำเภอแม่แจ่มที่ท่าผาและกองแขก อำเภอหางดงและอำเภอดอยเต่า ตำบลโป่งทุ่ง
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำการบูรณาการทำงานในทุกอำเภอให้มีประสิทธิภาพ การแบ่งชุดลาดตระเวนให้ชัดเจน โดยให้นายอำเภอกำหนด และต้องมีการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อำเภออย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อเกิดหลังเกิดเหตุไฟป่า ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชื้อเพลิงจนกระทั่งดับสนิท ถึงจะเสร็จสิ้นภารกิจ

ข่าวโดย : อภิชาติ เฮงพลอย/พิมพ์ศิริ จินาจันทร์
บรรณาธิการ :
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 174

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738