ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 23 พฤษภาคม 2560 / 15:01:03  
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เตือนโรคที่มากับน้ำท่วม พร้อมแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพช่วงอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เตือนโรคที่มากับน้ำท่วม พร้อมแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพช่วงอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เตือนประชาชนรักษาสุขภาพช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันและอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เสี่ยงป่วยโรคที่มากับน้ำท่วม และโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 60 ที่ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นางวิภารัศมิ์ ทิพย์ปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักในบางแห่ง ส่งผลให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และสิ่งที่มักตามมาคือโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วม เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคติดเชื้อ แมลงมีพิษกัดต่อย และไฟฟ้าดูด เป็นต้น ซึ่งโรคติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือโรคอุจจาระร่วง โรคฉี่หนู และโรคตาแดง จากข้อมูลเฝ้าระวังโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 19 พฤษภาคม 2560 พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 13,392 ราย, โรคฉี่หนู 8 ราย ส่วนโรคตาแดง พบผู้ป่วย 1,701 ราย แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิตในโรคดังกล่าว โรคอุจจาระร่วง มีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ค้างคืน มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค โดยผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงจะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้ง/วัน หรือมากกว่า หรือถ่ายมีมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้ กระหายน้ำกว่าปกติ มีไข้สูง การป้องกันโรคให้ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” หมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก ที่สำคัญควรปฏิบัติตนให้ถูกหลักสุขอนามัย โรคฉี่หนู เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายแรงชนิดหนึ่ง โดยมักมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะในการช่วยแพร่กระจายของโรค ได้แก่ หนู การแพร่กระจายมักพบในแหล่งพื้นที่ที่น้ำท่วมขังในลำคลอง พื้นที่นาหรือแหล่งที่มีน้ำท่วมขังต่างๆ ที่เกิดจากหนูที่ติดเชื้อปัสสาวะทิ้งไว้ ส่วนการติดเชื้อในคน มักพบการติดเชื้อที่เกิดจากการชอนไชของเชื้อเข้าสู่ร่างกายตามรอยแผล รอยถลอก ผิวหนังเปื่อยยุ่ย เนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ ด้วยการสัมผัสหรือการแช่ในน้ำที่มีเชื้อโรคชนิดนี้อยู่นานๆ นอกจากนั้นยังมีโอกาสติดเชื้อผ่านทางปากโดยการกินอาหารที่มีการปนเปื้อนของ เชื้อโรคชนิดนี้อยู่ ซึ่งกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค คือ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ชาวนาหรือผู้ที่มีอาชีพเกษตรกร ที่มักสัมผัสกับน้ำในแหล่งน้ำ ห้วยหนอง คลอง บึงต่างๆ คนงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับการขุดลอกท่อน้ำ แหล่งน้ำต่างๆ ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ฟาร์มสัตว์ และนักท่องเที่ยวที่มักสัมผัสน้ำหรือลงเล่นน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ อาการของโรคฉี่หนู เมื่อติดเชื้อ เชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรืออาจนานหลายสัปดาห์ภาวะเยื่อบุตาบวมแดงเกิดขึ้นในตาทั้งสองข้างภายใน 3 วันแรกของโรค และอยู่ได้นานตั้งแต่ 1-7 วัน อาจจะพบร่วมกับเลือดออกที่ตาขาวข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ กดเจ็บกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่อง มีเลือดออกแบบต่างๆ โดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น จุดเลือดออกตามผิวหนัง ผื่นเลือดออก เลือดออกใต้เยื่อบุตา หรือเสมหะเป็นเลือด ผื่น อาจจะพบได้หลายแบบ ผื่นแดงราบ ผื่นแดง ผื่นลมพิษ และอาการเหลือง อาการเหลืองมักเกิดวันที่4-6 ของโรค สำหรับการป้องกันเบื้องต้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือลงแช่น้ำในแหล่งน้ำที่มีวัว ควายหรือแหล่งที่มีหนูชุกชุม หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือแช่น้ำด้วยเท้าเปล่าหรือในขณะที่มีบาดแผล รอยขีดข่วน ตามร่างกาย ในพื้นที่น้ำท่วมขัง พื้นที่ชื้นแฉะ พื้นที่คอกสัตว์ และควรสวมรองเท้าบูทหรือสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากลุยน้ำ ย่ำโคลนหรือกลับจากพื้นที่ไร่นาควรอาบน้ำ และทำความสะอาดเสื้อผ้าทันที ควรหลีกเลี่ยงการชำแหละสัตว์หรืออาหารด้วยมือเปล่า หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์หรือเครื่องในสัตว์ที่ยังปรุงไม่สุกหรือผักสดที่เก็บได้ตามท้องนา หลีกเลี่ยงการอม กลืนหรือการลืมตาในน้ำ หมั่นทำความสะอาดบ้านเรือน กำจัดขยะหรือเศษอาหารที่เป็นแหล่งอาศัยของหนู และหากพบมีอาการดังกล่าวข้างต้น ให้รีบไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเอง สำหรับโรคตาแดง เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา ติดต่อโดยการสัมผัสคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคตาแดง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ซึ่งจะมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล เจ็บตา มักมีขี้ตามาก ตาบวม จะเป็นอยู่ประมาณ 5-14 วัน การป้องกันโรคนี้ ประชาชนควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ไม่คลุกคลีใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย อย่าให้แมลงหวี่หรือแมลงวันตอมตา หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย เครื่องใช้ต่างๆ และหากป่วยเป็นโรคตาแดง ไม่ควรซื้อยามาหยอดเอง ควรรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที และควรหยุดเรียนหรือหยุดงานรักษาตัวที่บ้าน ไม่ควรลงเล่นน้ำในสระหรือคลอง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายในน้ำ เพราะโรคนี้อาจแพร่กระจายไปสู่คนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ภัยสุขภาพที่สำคัญอื่นๆในช่วงน้ำท่วม คือ แมลงมีพิษกัดต่อย และไฟฟ้าดูด โดยอันตรายที่เกิดจากแมลงมีพิษกัดต่อยช่วงน้ำท่วม เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ที่หนีน้ำท่วมเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเรือน ซึ่งหากไม่ระวังก็อาจถูกสัตว์เหล่านี้กัดหรือต่อยได้ การป้องกันควรตรวจสอบจุดต่างๆของบ้านหลังจากฝนตก หากพบเจอสัตว์มีพิษควรตั้งสติให้ดี และเรียกผู้ชำนาญมาช่วย หรือในกรณีที่ถูกงูกัด ควรจดจำลักษณะของงูว่าเป็นงูชนิดใดเพื่อการรักษาที่ ควรรีบไปพบแพทย์ สำหรับการถูกไฟฟ้าดูด อาจทำให้บาดเจ็บรุนแรง พิการ และเสียชีวิตได้ ขอให้ประชาชนระมัดระวัง และป้องกันตนเองโดยก่อนน้ำท่วมควรขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้า และสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัย น้ำท่วมไม่ถึง และถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิทซ์ไฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำ นางวิภารัศมิ์ ทิพย์ปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรค ขอแนะนำให้ประชาชนดูแลร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ เพื่อกำจัดเชื้อโรคสิ่งสกปรกต่างที่ติดมากับมือ ส่วนผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัด ให้พักผ่อนมากๆ และสวมหน้ากากอนามัย หยุดเรียน หยุดทำงาน เพื่อป้องกันเชื้อแพร่ไปติดคนอื่น หากไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน หรือมีอาการหอบเหนื่อย ขอรีบไปพบแพทย์เนื่องจากอาจมีอาการแทรกซ้อนได้

ข่าวโดย : สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม
บรรณาธิการ :
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 95

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738