ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 12 มิถุนายน 2560 / 13:34:36  
การประชุมวิชาการคณะทำงานอาเซียนด้านป่าชุมชน ครั้งที่ 7 (the 7th ASEAN Working Group on Social Forestry Network Conference หรือ the 7th AWG-SF Conference)
การประชุมวิชาการคณะทำงานอาเซียนด้านป่าชุมชน ครั้งที่ 7 (the 7th ASEAN Working Group on Social Forestry Network Conference หรือ the 7th AWG-SF Conference)
จังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการคณะทำงานอาเซียนด้านป่าชุมชน ครั้งที่ 7 (the 7th ASEAN Working Group on Social Forestry Network Conference หรือ the 7th AWG-SF Conference) โดยมีตัวแทนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานด้านป่าชุมชน เข้าร่วมกว่า 225 คน ทั้งจากภาครัฐ ประชาสังคม เอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรวิจัยระหว่างประเทศ และตัวแทนชุมชนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน อาทิเช่น เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเชีย อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และไทย นอกจากนี้ยังได้รับความสนใจจากหน่วยงานอื่นๆ นอกภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วมการประชุมฯ ด้วย

วันนี้ 12 มิ.ย. 60 เวลา 09.00 น. ที่ ฮอไรซั่นวิลเลจแอนด์รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการคณะทำงานอาเซียนด้านป่าชุมชน ครั้งที่ 7 (the 7th ASEAN Working Group on Social Forestry Network Conference หรือ the 7th AWG-SF Conference) การประชุมวิชาการคณะทำงานอาเซียนด้านป่าชุมชน เป็นเวทีประสาน ส่งเสริมความร่วมมือการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจากภาครัฐ ประชาชน เอกชน สถาบันการศึกษา ประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรเพื่อการพัฒนาต่างๆ ในการแสวงหาแนวทางพัฒนาวิถีชีวิตชุมชน บนฐานของการจัดการป่าไม้อย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน รวมถึงยังเป็นบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย โดยการประชุมในครั้งนี้ดำเนินการประชุมภายใต้หัวข้อหลักคือ “Social Forestry in Forest Landscape Restoration :Enabling Partnerships and Investments for Sustainable Development Goals” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการฟื้นฟูป่าระดับภูมิทัศน์ (Landscape) อย่างมีส่วนร่วมร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม อันนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้จะนำคณะผู้ร่วมสัมมนาไปเยี่ยมชมความสำเร็จในด้านการจัดการป่าชุมชนอย่างชุมชน ตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับเขตป่าที่ดินทำกินบางส่วนของชุมชนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและสภาพโดยรอบของชุมชนโอบล้อมด้วยด้วยธรรมชาติกว่า 72,794 ไร่ มีหมู่บ้านจำนวน 7 หมู่บ้าน ประชากรจำนวน 4,882 คน โดยในปี พ.ศ. 2558 ทางชุมชนได้รับมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าไปทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ประมาณ 7,000 ไร่ โดยมอบพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกับชุมชน เป็นการสร้างหลักประกันให้ชุมชนมีความมั่นคงในการถือครองที่ดิน และสร้างแรงจูงใจในการรักษาทรัพยากรป่าไม้อย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน ประกอบกับชาวบ้านและองค์กรภายในรวมตัวก่อตั้งเป็น “สถาบันพัฒนาทรัพยากรและเกษตรกรรมยั่งยืนแม่ทา” เพื่อเป็นกลไกหลักในการทำงานประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภายในและภายนอก ภายใต้ความเชื่อประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน ที่นำพาสู่ความสุขตามวิถีแห่งความพอเพียง รวมไปถึงสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันจากการสำรวจของ คทช. มีเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชน รวมทั้งสิ้น 1,051 ครัวเรือน กระจายอยู่ใน 7 หมู่บ้านในปริมาณแตกต่างกัน นอกจากนี้กรมป่าไม้ได้นำโครงการ AFoCO ตามความร่วมมือระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี มาดำเนินการพื้นที่ตำบลแม่ทาแห่งนี้ เพื่อสนับสนุนการจัดการป่าชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบเทคโนโลยีภูมิศาสตร์สารสนเทศ และอีกหนึ่งโครงการฯภายใต้การดำเนินงานของกรมป่าไม้ คือศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นต้นแบบการฟื้นฟูพัฒนาป่าไม้ชุมชนที่ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการพัฒนาพื้นที่ที่เสื่อมโทรมให้กลับมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อย่างยั่งยืนโดยศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้แห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 8,500 ไร่ เกิดขึ้นจากการที่ได้รับพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อวัน 11 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ที่มีพระราชประสงค์ให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง ในพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่แก่ราษฎรให้นำไปปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง และเพื่อสนองพระราชดำริฯ กรมป่าไม้ได้ร่วมกับศูนย์ฯ พัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่จากเดิมสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบศูนย์ฯ แต่เดิมเป็นดินหินกรวด มีหน้าดินตื้นไม่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ต่อการเกษตรกรรม แห้งแล้ง ธรรมชาติต้องเผชิญกับไฟไหม้ป่าทุกปี ปริมาณน้ำธรรมชาติในพื้นที่ต้นน้ำมีน้อย ไม่เพียงพอที่จะพัฒนามาใช้ประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมในการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำได้ สภาพป่าไม้เสื่อมโทรม รวมทั้งมีการบุกรุกตัดไม้ใช้ประโยชน์โดยชุมชน ทั้งนี้ภายหลังฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องสภาพแวดล้อมของป่าในบริเวณศูนย์ฯดีขึ้น ไฟป่าลดลงและอากาศชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเขตพื้นที่พัฒนาป่าไม้ด้วยระบบชลประทาน มีการศึกษาทดลองเกี่ยวกับระบบการป้องกันไฟป่าเปียก (Wet Fire Break) ที่ได้ก่อสร้างฝายต้นน้ำขนาดเล็ก และกระจายทั่วไปทำให้ดินและป่ามีความอุดมสมบูรณ์และระบบนิเวศน์ดีขึ้น และสามารถป้องกันไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายทอดความรู้ การสนับสนุนด้านพันธุ์สัตว์ กล้าไม้ เมล็ดพันธุ์พืช ให้คำปรึกษาแนะนำทางวิชาการที่ประชาชนจะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ นับเป็นรูปแบบแห่งความสำเร็จเพื่อการเรียนรู้และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง สำหรับการประชุมในครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่ประเทศไทยได้แสดงความก้าวหน้าด้านวนศาสตร์ชุมชนและป่าชุมชนที่ดำเนินงานผ่านมาทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และเอกชน ตอบสนองเป้าหมายของประเทศในการฟื้นฟูสภาพป่าและพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ของรัฐบาล ซึ่งถือได้ว่าเป็นการจัดการที่ดินทำกินและป่าไม้อย่างองค์รวม และเป็นการสร้างความมั่นคงในการถือครองที่ดิน เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนได้อย่างควบคู่กัน รวมถึงนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยนำระบบเทคโนโลยีภูมิศาสตร์สารสนเทศมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการป่าชุมชน ผ่านระบบออนไลน์ ให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และขณะนี้กรมป่าไม้ได้จัดตั้งป่าชุมชนแล้ว 10,061 หมู่บ้าน ซึ่งตั้งเป้าจะจัดตั้งป่าชุมชนเพิ่มกว่าหนึ่งหมื่นหมู่บ้านให้แล้วเสร็จภายในเวลา 3 ปี สำหรับการลงทะเบียนออนไลน์ ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ลงทะเบียนยื่นคำขอจัดตั้งป่าชุมชนแล้ว 3,750 หมู่บ้าน ส่วนขั้นตอนการลงทะเบียนจะประกอบด้วยระบบยื่นคำขอจัดตั้งป่าชุมชน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบพื้นที่ตามคำขออนุญาต ผ่านการอนุมัติคำขอจัดตั้ง และการติดตามผลการดำเนินงานของโครงการป่าชุมชน ซึ่งชุมชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านการออนไลน์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา/สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม
บรรณาธิการ :
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 159

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738