ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 4 กันยายน 2560 / 17:57:03  
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านยาเสพติด ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในรอบปี 2560 เผยสถานการณ์ยังแพร่ระบาดหนัก
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านยาเสพติด ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในรอบปี 2560 เผยสถานการณ์ยังแพร่ระบาดหนัก
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านยาเสพติด ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในรอบปี 2560 เผยสถานการณ์ยังแพร่ระบาดหนัก โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไข โดยเฉพาะเด็กเยาวชน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และดึงผู้เสพเข้าสู่การบำบัด เพื่อสามารถกลับคืนเป็นคนดีสู่สังคมอีกครั้ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 กันยายน 2560 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าวสื่อมวลชนผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2560 พร้อมด้วยนายมนัส ขันใส ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ นางปรียภรณ์ สีหะกุลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 พ.อ.สมจริง กอรี เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตระไคร้ รองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นายโสภณ โปธินันท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และนายชาตรี ธินนท์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวฯ ที่ โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ มีคณะสื่อมวลชนของจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังการแถลงเป็นจำนวนมาก
จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศเมียนมา ระยะทาง 227 กิโลเมตร มีอำเภอติดต่อชายแดน 5 อำเภอ คือ อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว อำเภอไชยปราการ อำเภอแม่อาย และอำเภอฝาง พื้นที่ผลิตยาเสพติด/พักยาเสพติดภายนอกประเทศอยู่ฝั่งตรงข้าม อำเภอแม่อาย อำเภอเชียงดาว และอำเภอเวียงแหง และการนำยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านทั้ง 5 อำเภอชายแดนโดยลำเลียงยาเสพติดเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ และมีพื้นที่พักยาชั่วคราว บริเวณบ้านห้วยส้าน บ้านท่ามะแกง ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย , บ้านโป่งช้าง บ้านมูเซอหนอเต่า และบ้านห้วยจะค่าน ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว โดยการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ ม้ง และกลุ่มบุคคลพื้นราบในพื้นที่และจากกรุงเทพฯ ปริมณฑลและชายแดนภาคใต้ เป็นผู้ลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน พื้นที่พักยาเสพติดพื้นที่ตอนใน คือ อำเภอแม่แตง อำเภอพร้าว อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสันกำแพง และอำเภอจอมทอง โดยยาเสพติดที่นำเข้ามากที่สุด คือ ยาบ้า เฮโรอีน และฝิ่น ส่วนไอซ์เริ่มมีการใช้ในพื้นที่ เนื่องจากราคาถูกลงและแบ่งขายในราคาใกล้เคียงกับยาบ้า
ทั้งนี้ นางปรียภรณ์ สีหะกุลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 กล่าวถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2560 และ ทิศทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2561 ว่า สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ได้ร่วมมือกับศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดและศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ตามแนวทางสร้างชุมชนเข้มแข็งของกระทรวงมหาดไทย 9 ขั้นตอน ในทุกหมู่บ้าน/ชุมชน รวมจำนวน 8,506 แห่ง โดยดำเนินการทั้งด้านการป้องกัน ปราบปรามและบำบัดรักษา นอกจากนี้ยังร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนทั้ง 8 จังหวัดพัฒนาความเข้มแข็งสู่ความเป็นกองทุนหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินอีกจำนวน 104 แห่ง ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินรวมทั้งสิ้น 2,126 แห่ง
ในส่วนของผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามการควบคุมตัวยาและผู้ค้ายาเสพติด ในการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สามารถจับกุมยาเสพติดรวม 20,423 คดี ผู้ต้องหา 20,837 ราย แบ่งเป็นข้อหาสำคัญ (ผลิต,นำเข้า,ส่งออก,จำหน่าย,ครอบครองเพื่อจำหน่าย) 5,370 คน ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ 5,718 ราย ยึดของกลางยาบ้า 43,227,955.60 เม็ด , ไอซ์ 234.81 กิโลกรัม , เฮโรอีน 202.35 กิโลกรัม และกัญชา 38.36 กิโลกรัม ขณะเดียวกันในส่วนของการตรวจสอบและการยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดในคดียาเสพติดในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ในห้วงเวลาดังกล่าวมีมูลค่า 128.49 ล้านบาท ประกอบด้วย ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เงินฝาก เงินสด ยานพาหนะ ทองแท่ง ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง คิดเป็นเงินจำนวน 27,946,850 บาท
ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อย่างไรก็ตามในเรื่องของทิศทางการแก้ไขปัยหายาเสพติดในปี 2561 รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเน้นในเรื่องการสกัดกั้นปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติดในทุกรูปแบบ และการให้โอกาสผู้เสพและเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ตลอดจนการดูแลช่วยเหลือเพื่อให้โอกาสในการกลับคืนเป็นคนดีสู่สังคม
ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไข โดยเฉพาะเด็กเยาวชน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยให้สร้างความตระหนักกับกลุ่มเสี่ยง และให้ความสำคัญในการคัดกรองในรูปแบบต่างๆ พร้อมกับนำผู้ติดยาเสพติดในระดับชุมชนมารักษาบำบัด และเข้ามาอยู่ในกระบวนการระบบฟื้นฟู (ค่ายศูนย์ขวัญ) ไม่ให้กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก พร้อมกำชับให้ทางภาครัฐ หาวิธีการที่จะลดดีมานด์ไซด์ให้น้อยลงมากที่สุด เพราะผู้ค้ายาเสพติดพร้อมที่จะผลิตออกมาตามความต้องการของผู้เสพ แม้จะมีการจับกุมและปราบปรามอยู่อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม

ข่าวโดย : สุพิชฌาย์ อุ่นแสง
บรรณาธิการ : อภิชาติ เฮงพลอย
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 229

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738