ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 20 กันยายน 2560 / 18:15:58  
จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมพร้อมแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนำบัตรประชาชนไปติดต่อรับบัตร ณ ธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ คาดจะมีเงินสะพัดอย่างน้อย 70 ล้านบาท
จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมพร้อมแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนำบัตรประชาชนไปติดต่อรับบัตร ณ ธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ คาดจะมีเงินสะพัดอย่างน้อย 70 ล้านบาท
จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมพร้อมแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนำบัตรประชาชนไปติดต่อรับบัตร ณ ธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ คาดจะมีเงินสะพัดอย่างน้อย 70 ล้านบาท ด้านพาณิชย์เชียงใหม่ เชิญชวนร่วมสมัครเป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน พร้อมใช้งาน 1 ตุลาคมนี้

นางสัญญา ไชยเชียงของ คลังจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความพร้อมที่จะแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งขณะนี้บัตรฯไปถึงธนาคารทุกสาขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ผ่านการตรวจสอบสามารถไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องนำบัตรประชาชนไปติดต่อขอรับบัตรฯ ณ ธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ ในวันที่ 21 กันยายนเป็นต้นไป โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมารับในวันเดียว สามารถทยอยมารับวันอื่นก็ได้ เนื่องจากอาจจะไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น สามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ มียอดผู้ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 436,813 ราย มีผู้ผ่านเกณฑ์จำนวน 358,773 ราย คิดเป็นร้อยละ 82 ของผู้ลงทะเบียน ผู้ที่ตรวจสอบสิทธิแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนดมีจำนวน 78,040 ราย ซึ่งสามารถตรวจสอบผู้ผ่านคุณสมบัติ ผ่านหลายช่องทาง อาทิ ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง หรือ เว็ปไซด์ของรัฐบาล ได้แก่ www.epayment.go.th www.mof.go.th และ www.fpo.go.th หรือตรวจสอบผ่านสายด่วน Call center รวมทั้งไปที่หน่วยรับลงทะเบียน แล้วแจ้งเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้ตรวจสอบก็ได้ ถ้าผ่านเกณฑ์ก็ไปรับบัตรตามหน่วยที่ลงทะเบียนไว้
สำหรับ ผู้ที่ไม่ผ่านการการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถยื่นขออุทธรณ์ได้ ภายในวันที่ 29 กันยายนนี้ หากพบว่าคุณสมบัติไม่ผ่าน บนหน้าจอแสดงผลจะระบุคุณสมบัติที่ไม่ผ่าน และหากผู้ลงทะเบียนต้องการอุทธรณ์ ให้กดปุ่ม “ยื่นคำขออุทธรณ์” และกรอกแบบฟอร์มเพื่อขออุทธรณ์ หลังจากปิดรับการยื่นขออุทธรณ์ กระทรวงการคลังจะรวบรวมข้อมูล ส่งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติตามคำขออุทธรณ์ต่อไป โดยจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการตรวจสอบ และจะประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 24 ตุลาคม 2560
ด้าน นางภูษณิศ ไชยมณี ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับดูแลและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน จัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพราคาพิเศษในร้านค้าปลีกภายใต้โครงการ “ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ” ซึ่งผู้ประกอบการจะจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อการศึกษา และสินค้าวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ให้ได้ซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาที่ถูกกว่าราคาปกติ โดยจะให้กระจายครอบคลุมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ยกเว้นเหล้าและบุหรี่ ที่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
โดย จังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดรับสมัครร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่ได้รับสมัครมาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา จากทั้งหมด 25 อำเภอ 204 ตำบลในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้รับสมัครไปแล้ว 228 ร้านค้า ใน 122 ตำบล โดยต้องมีร้านค้าประชารัฐสำหรับให้บริการแก่ผู้มีสิทธิ์ใช้บัตรฯ จำนวน 604 ร้านค้า ซึ่งยังขาดอยู่อีกกว่า 300 ร้านค้า ถึงจะเพียงพอต่อผู้ใช้งาน (ตำบลละ 3 ร้านค้า) รองรับผู้มีรายได้น้อย 500 – 600 คน/เดือน และคาดว่ายอดขายของร้านค้าจะได้ประมาณ 120,000 – 150,000 ต่อเดือน พร้อมเชิญชวนร้านค้าและผู้ประกอบการที่อยากจะสมัครเป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยหวังให้กระจายครอบคลุมทั้ง 25 อำเภอ พร้อมรองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเริ่มใช้ใน 1 ตุลาคมนี้
อย่างไรก็ตาม สิทธิผู้ที่ได้รับบัตรฯ จะได้รับการให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมี 2 หมวด ได้แก่ หมวดการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ประกอบด้วย 1) วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อคนต่อปี จะได้รับ 300 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท จะได้รับ 200 บาทต่อคนต่อเดือน และ 2) วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน และหมวดการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งประกอบด้วย 1) วงเงินค่าโดยสารรถเมล์/รถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน 2) วงเงินค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อคนต่อเดือน และ 3) วงเงินค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งนี้ รัฐบาลจะเติมเงินทุกวันที่ 1 ของเดือน ใช้หมดหรือไม่หมด ไม่สามารถจะทบยอดไปในเดือนต่อไปได้ โดยคาดว่าจากจำนวนผู้ลงทะเบียน 3 แสนกว่าราย ถ้าได้รับเงินขั้นต้น 200-300 บาททุกคน เฉลี่ยแล้วจะมีเงินสะพัดในจังหวัดเชียงใหม่อย่างน้อย 70 ล้านบาท นอกจากนี้ประชาชนที่สนใจอยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อ Call Center ของบัตรฯ ได้ที่ 02-109-2345 จำนวน 150 คู่สาย วันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 17.30 น. หรือติดต่อโดยตรงที่คลังจังหวัดเชียงใหม่

ข่าวโดย : สุพิชฌาย์ อุ่นแสง
บรรณาธิการ : อภิชาติ เฮงพลอย
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 396

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738