ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 13 ธันวาคม 2560 / 16:27:57  
องคมนตรีเป็นประธานเปิดงาน "นิทรรศการ 35 ปี ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ ร่วมใจ สืบสาน รักษา พัฒนา ต่อยอด"
องคมนตรีเป็นประธานเปิดงาน "นิทรรศการ 35 ปี ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ ร่วมใจ สืบสาน รักษา พัฒนา ต่อยอด"
องคมนตรีเป็นประธานเปิดงาน "นิทรรศการ 35 ปี ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ ร่วมใจ สืบสาน รักษา พัฒนา ต่อยอด"และติดตามการดำเนินงานศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จังหวัดเชียงใหม

วันที่ 12 ธันวาคม 2560 เวลา 09.29 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานเปิดงาน “นิทรรศการ 35 ปี ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ ร่วมใจ สืบสาน รักษา พัฒนา ต่อยอด” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดและแข่งขันผลผลิตทางการเกษตร การจัดงานครั้งนี้กำหนดจัดขึ้นในพื้นบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยฮ่องไคร้ 1 ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำในการพัฒนา ต้นทางป่าไม้ปลายทางประมง ระหว่างทางเกษตรกรรม อีกทั้งพื้นที่แห่งนี้ ยังเป็นสถานที่ที่รวมของต้นไม้ทรงปลูกของทุกพระองค์ ที่แสดงให้เห็นว่าทรงให้ความสำคัญกับทรัพยากรป่าไม้ด้วยเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำและสรรพชีวิตได้ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีพ “นิทรรศการ 35 ปี ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ ร่วมใจ สืบสาน รักษา พัฒนา ต่อยอด” จัดระหว่างวันที่ 12-18 ธันวาคม 2560 ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ของการดำเนินงาน และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานพระราชดำริในการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ขึ้น พร้อมกับพระราชทานแนวพระราชดำริในการพัฒนาด้านต่าง ๆ เพื่อให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เป็นแหล่งศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนาการประกอบอาชีพที่เหมาะสมให้กับราษฎร รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ ให้คงความสมบูรณ์ ตลอด 35 ปี ของการดำเนินงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ได้ทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ให้ประชาชนที่สนในใจเข้ามาศึกษา เรียนรู้ และนำไปปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์โดยขยายผลองค์ความรู้ด้านต่างๆ ไปสู่ศูนย์สาขา รวมถึงศูนย์เรียนรู้แขนงต่างๆ ในลักษณะให้เกษตรกรเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ที่ได้ลงมือปฏิบัติไปสู่เพื่อนเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป การจัดงานครั้งนี้ ประกอบด้วย การจัดแสดงพระราชกรณียกิจนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ และผลสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอด35 ปีที่ผ่านมา อาทิ ศึกษาและพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาป่าไม้ พัฒนาที่ดิน พัฒนาการปลูกพืช พัฒนาเกษตรกรรมแบบประณีต ฯลฯ และการประกวดและแข่งขันผลิตผลทางการเกษตร อาทิ การประกวดข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวสันป่าตอง 1 การประกวดกล้วยน้ำว้าสุก เห็ดหอม เห็ดฟางในตะกร้า การแข่งขันการจัดสวนถาด การแข่งขันวาดภาพ 35 ปี ห้วยฮ่องไคร้ ธ สถิตในใจนิรันดร์ การประกวดพ่อแม่พันธุ์กบนา ฯลฯ จากนั้น องคมนตรี เดินทางไปยังโครงการพัฒนาพื้นที่ห้วยลานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เดิมสภาพพื้นที่แห่งนี้มีความแห้งแล้ง มีการบุกรุกทำไร่เลื่อนลอย ปลูกไร่อ้อย ข้าวโพด ขิง ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2530 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชกระแสให้ดำเนินการพัฒนาบริเวณพื้นที่ห้วยลาน โดยพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลาน จัดตั้งสถานีเพาะชำกล้าไม้ ปลูกป่าเพื่อพัฒนาพื้นที่ห้วยลาน จัดตั้งสถานีประมงขนาดเล็กเพื่อแพร่พันธ์ปลา โดยนำผลการทดลองจากศูนย์ฯ ห้วยฮ่องไคร้ฯ มาขยายผลในพื้นที่จากการดำเนินงานพัฒนาที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของราษฎรที่พร้อมใจถวายคืนพื้นที่ป่าเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลานฯ และร่วมฟื้นฟูป่าเพื่อสนองพระราชดำริโดยมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและฟื้นฟูป่า สภาพพื้นป่าที่เคยแห้งแล้งกลับมีความอุดมสมบูรณ์ระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้น ดินมีความชุ่มชื้น ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ ร่วมปลูกป่า ทำให้ระบบนิเวศป่าไม้มีความหลากหลาย นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำห้วยลานยังสามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรให้กับราษฎรบนพื้นที่ 3,000 ไร่ ที่หันมาประกอบอาชีพทำนา ซึ่งให้ผลผลิต 1,000-1,200 กิโลกรัมต่อไร่ ทำนาได้ถึง 2 ครั้ง และดำเนินชีวิตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังมีอาชีพนอกภาคเกษตร เช่น การทอผ้าลายสันกำแพง การทำสบู่ การทำปุ๋ยชีวภาพ การทอผ้า เป็นต้น และจากความเข้มแข็งของชุมชนที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และมีจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ จึงทำให้ชุมชนรวมตัวกันในการสร้างอาชีพและรายได้ที่เกิดจากชุมชนโดยมีป่าเป็นศูนย์กลางของอาชีพและรายได้จากการเก็บของป่า การจักสาน และกิจกรรมสืบทอดประเพณีที่ยั่งยืนต่อไป

ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา/ศศิภา จีระวัฒนาวงศ์
บรรณาธิการ : ณัฏฐ์ สินันตา
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 111

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738