ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 14 ธันวาคม 2560 / 10:54:31  
โครงการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพปลูกชาโครงการพระราชดำริฯ
โครงการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพปลูกชาโครงการพระราชดำริฯ
เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ สานต่องานตามแนวพระราชดำริ โดยส่งเสริมอาชีพการปลูกชาในชุมชน นำไปสู่การพัฒนาให้เกิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ จนสามารถสร้างรายได้และความมั่นคงด้านอาชีพบนพื้นฐานความพอเพียง

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 บ้านปางมะโอ ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานระดับพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในโครงการความร่วมมือในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการปลูกชา ในพื้นที่โครงการพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นโครงการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพปลูกชาโครงการพระราชดำริฯ นำไปสู่การพัฒนาให้มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชาในรูปแบบต่างๆ
นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในพื้นที่หมู่ 9 ปางมะโอ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนเมี่ยง ซึ่งเป็นชื่อเรียกท้องถิ่นทางคนภาคเหนือ หรือที่คนทั่วไปจะรู้จักกันในชื่อ ต้นชาอัสสัม โดยเกษตรกรในชุมชนผลิตกันแบบดั้งเดิม เริ่มมาตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2553 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ มีโอกาสสนองงานตามแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพปลูกชาตามพระราชดำริ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกชาอัสสัมทั้งหมดประมาณ 1,700 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 60 ครัวเรือน โดยมีลักษณะการส่งเสริมการปลูกชาแบบวนเกษตร( Agro-foresty) เนื่องจากชาสามารถเจริญอยู่ได้ใต้ร่มเงาไม้ป่า อาศัยความชุ่มชื้นในระบบนิเวศน์ธรรมชาติ และใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูงที่เหมาะกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตามวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่อาศัยป่า กว่า 9,100 ไร่ ในการดำรงชีวิต โดยรูปแบบการผลิตไม่รบกวนระบบนิเวศ และไม่ใช้สารเคมีใดๆ
ด้าน นายวิทวัส จิโน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เปิดเผยว่า ชาวบ้านจะเริ่มเก็บชาตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคม เฉลี่ยเดือนละ 6,000 กิโลกรัม โดยการจำหน่ายนั้นเกษตรกรจะจำหน่ายเป็นเมี่ยงสด ราคากิโลกรัมละ 20-30 บาท และแปรรูปเป็นชาเมี่ยงจำหน่ายกิโลกรัมละ 150 บาท สร้างมูลค่าให้กับชุมชนปีละล้านกว่าบาท ทำให้ชุมชนและคนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดความมั่นคงด้านอาชีพสามารถพึ่งตนเองได้บนพื้นฐานความพอเพียง รวมทั้งยังเป็นการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งทางภาครัฐและเอกชน นำไปสู่การความรับผิดชอบของคนต้นน้ำสู่คนปลายน้ำโดยใช้วิถีการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่าการเกษตรที่ยั่งยืน

ข่าวโดย : อภิชาติ เฮงพลอย / กุสุมา นาอนันต์
บรรณาธิการ : อภิชาติ เฮงพลอย
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่
อ่าน : 196

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738